ตัวอย่างข้อความบรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง

                สวัสดีค่ะท่านผู้ฟัง  ฉันยังจำวันนั้นได้ดี  แม้จะผ่านมาเนิ่นนานแล้วก็ตาม  วันที่ฉันรู้สึกว่าในโลกแห่งความฝัน  และวันที่เป็นจริง  เรื่องราวทุกสิ่งต่างกันมากมาย  ความทรงจำนับจากวันนั้นยังคงแจ่มชัด    อยู่ในหัวใจของฉันเสมอและตลอดไป

                วันนั้นฉันต้องตื่นนอนแต่เช้าเพื่อจะรีบเดินทางจากบ้านมาที่มหาวิทยาลัย  เพียงเพื่อจะถูกต้อนให้เข้าแถว  จับมัดผมจุก  แต่งหน้าให้เลอะเทอะ  เอาป้ายข้อความตลกๆมาแขวนคอ  ลอดซุ้มเตี้ยๆที่ต้องใช้การคลานเป็นหลัก  “ฉันคิดผิดหรือเปล่า”ที่มางานรับน้องใหม่ครั้งนี้  เด็กเรียนอย่างฉันไม่เคยเห็นด้วยเลย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการว้ากน้องซึ่งฉันเห็นว่ามันช่างไม่มีประโยชน์อะไรเอาเสียเลย  นอกจากเพิ่มความเบื่อหน่ายและอาจถึงขั้นโกรธแค้น  ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องได้อีกด้วย  ฉันผ่านจุดรับน้องแต่ละจุดอย่างซังกะตาย  ทำทุกอย่างที่เขาให้ทำด้วยใจที่ขัดแย้งว่า เฮ้อ!  ไร้สาระ

                กว่าทุกซุ้มจะจัดการรับน้องช่วงกลางวันเสร็จ  พระอาทิตย์ก็เริ่มหรุบแสงลง  พวกเรามีเวลาเพียงแค่ชั่วโมงเศษเพื่อจัดการกับร่องรอยต่างๆ ที่ผ่านมาตลอดทั้งวัน  เวลาทุ่มตรงพวกเราไปพร้อมกันที่สนาม  ที่นั่นมีบุฟเฟต์เล็กๆ  ยังไม่มีอะไรดีขึ้นในเรื่องความรู้สึกของฉันที่มีต่อรุ่นพี่

                รุ่นพี่มีการแสดงมาให้สนุกสนานร่วมกัน  รวมถึงเกมต่างๆ  จนเวลาผ่านไปประมาณสี่ทุ่มเราก็แยกย้ายกันเข้านอน  ด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน

                มาตกใจตื่นอีกที่เมื่อมีผ้ามาผูกตา  มีเสียงอ่อนโยนกระซิบว่า  “พี่มารับไปผูกข้อมือรับขวัญ  ไม่ต้องตกใจนะจ๊ะ  เดี๋ยวพี่จะพาไปเอง”  ทุกคนถูกรุ่นพี่จูงมือพาไปที่ไหนสักแห่งโดยที่ยังมีผ้าปิดตาอยู่อย่างนั้น  เมื่อถึงที่รับขวัญ  รุ่นพี่บอกให้พวกเรานั่งลงจับมือกันเป็นวงกลม

                ฉันได้ยินเสียงดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วบริเวณนั้น  พร้อมๆกันกับที่มีมือน้อยๆค่อยๆบรรจงแก้ผ้าปิดตาออก  ฉันหันไปมองรอบๆตัว  มีรุ่นพี่รายล้อมพร้อมแสงเทียนพร่างพรางสว่างไสว  พวกเรารุ่นน้องวงด้านในถูกทยอยเปิดตาออกทีละคนจนครบวง

                                ถ้าเธอเหนื่อยนัก

                                หยุดพักเสียก่อน

                                ล้มตัวลงนอนแนบตักฉันนี่

                                จะหนาว  จะร้อน  จะคอยพัดวี

                                หลับฝันถึงสิ่งดี

                                หลีกหนีสิ่งเลว

                มาถึงตอนนี้หลายต่อหลายคนเริ่มน้ำตาคลอเมื่อฟังเพลงที่กลั่นออกมาจากใจรุ่นพี่มันคือเพลงจากปากเปล่าล้วนๆ  ที่ไม่ได้ปรุงแต่งด้วยเสียงดนตรีชิ้นใดเลย  แต่มันช่างไพเราะเหลือเกินในความรู้สึกของฉัน  น้ำใสๆเริ่มรินไหลผ่านร่องแก้วของอีกหลายคนแต่ไม่มีใครสนใจจะแตะซับมันออกไป

                เมื่อเพลงจบลง  รุ่นพี่บอกให้พวกเราหันหน้าออกไปหารุ่นพี่คนที่นั่งตรงกัน  และแจ้งว่านี่แหละพี่เสี่ยงของเรา  การเสี่ยงน้องจะกระทำกันในวันวิสาขบูชา  ใครอยากได้น้องลักษณะใดก็อธิษฐานกันและจับสลากเลขที่ของน้องไว้

                พี่เสี่ยงของฉันน่ารักมาก  อ่อนโยน  พาฉันไปแนะนำกับรุ่นพี่คนอื่นๆ  และรับการผูกข้อมือ  พี่เสี่ยงเป็นคนสุดท้ายที่ผูกข้อมือให้ฉัน  น้ำตาฉันเริ่มไหลออกมาแล้ว

                รุ่นพี่กล่าวขอโทษเรื่องราวช่วงกลางวันที่ผ่านมา  มีเหตุผลว่า  ในชีวิตจริงๆอุปสรรคที่เราพบเจอมันมีมากมายจริงๆ  และอุปสรรคทุกอย่างไม่ใช่จะอยู่ในรูปธรรมเหมือนอย่างการรับน้องในวันนี้  แต่มีอีกมากเหลือเกินที่แฝงอยู่ในเส้นทางชีวิต  เรื่องของการตัดสินใจ  การแก้ปัญหาและความอดทนจึงเป็นสิ่งที่รุ่นพี่ต้องการจะสอนพวกเรา

                ก่อนที่จะได้กลับไปนอนอีกที  ฉันได้ยินเสียงอ่อนโยนของพี่เสี่ยง  “ฝันดีนะคะ”  คืนนั้นฉันฝันดีตลอดคืนและไม่เคยนึกเสียดายเวลาอีกเลย  เพราะการรับน้องมันได้ให้อะไรๆเรามากมายจริงๆ  สวัสดีค่ะ

(ปรับจาก  เมตต์,  “วันรับน้องใหม่,”  แพรวสุดสัปดาห์  ปีที่  ๑๔,  หน้า  ๑๒๒.  อ้างถึงใน  หนังสือภาษากับการสื่อสาร.  ภาควิชาภาษาไทย  คณะอักษรศาสตร์  มหาวิทยาลัยศิลปากร  ๒๕๔๐ :  ๑๓๖ – ๑๓๗)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s